โลกที่ถูกลืม

จากยอดเขาคิลิมันจาโร ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ไปจนถึงซากปรักหักพังของเมืองโบราณ “คาร์เธจ” ในตูนิเซีย และเกาะทาส “โกเร” ของเซเนกัล

ขณะที่บรรดาประเทศร่ำรวย พยายามปกป้องแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมของพวกเขาจากสภาพอากาศที่รุนแรงและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น หลายประเทศในแอฟริกา ต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติม เช่น การขาดแคลนเงินทุนและความรู้ความชำนาญด้านโบราณคดี

“แอฟริกาประสบกับการสูญเสียและความเสียหายในวงกว้าง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากมนุษย์ ทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ, การขาดแคลนน้ำ, การสูญเสียอาหาร, การสูญเสียชีวิต และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง ซึ่งเราไม่ต้องการเสียมรดกของพวกเราไปด้วยเช่นกัน” นายนิค ซิมป์สัน ผู้ช่วยวิจัยโครงการริเริ่มด้านสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาแห่งแอฟริกา จากมหาวิทยาลัยเคปทาวน์ กล่าว

สังคมวันนี้

แม้แอฟริกาจะมีจำนวนประชากรราว 1 ใน 5 ของโลก และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 4% ในระดับโลก แต่กาฬทวีปกลับได้รับผลกระทบด้านสภาพอากาศอย่างมาก ถึงจะไม่มีข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับจำนวนแหล่งมรดกทั้งหมดของแอฟริกาที่ตกอยู่ในความเสี่ยง แต่งานวิจัยของซิมป์สัน ระบุว่า สถานที่สำคัญ 59 แห่ง กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม และการกัดเซาะที่รุนแรงกว่าเดิม เพราะระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

นอกจากนี้ พื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติเป็นพิเศษหลายแห่ง ซึ่งรวมไปถึงศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากอุณภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลาย, ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้นตามมา

แม้แหล่งมรดกของแอฟริกาจะเสี่ยงต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง จากการสูญเสียและความเสียหายซึ่งเกี่ยวข้องสภาพอากาศ ภัยคุกคามเหล่านั้นกลับได้รับความสนใจน้อยกว่าความเสี่ยง ที่มีต่อสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและธรรมชาติแห่งอื่น ๆ ในประเทศที่ร่ำรวย ยิ่งไปกว่านั้น ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งประมาณการว่า งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศต่อมรดกโลกที่เกี่ยวข้องกับแอฟริกา มีเพียง 1%

บางประเทศในแอฟริกา เช่น กานา และอียิปต์ ลงทุนอย่างหนักในการก่อสร้างกำแพงและแนวป้องกันคลื่นทะเล เพื่อปกป้องพื้นที่ชายฝั่ง แต่กลยุทธ์ “การป้องกันที่หนักแน่น” ดังกล่าว มักไม่คำนึงถึงระดับน้ำทะเลในอนาคต และอาจบิดเบือนความสมดุลทางนิเวศวิทยาตามธรรมชาติของพื้นที่ได้ ขณะที่การป้องกันแบบผสมผสาน เช่น กำแพงหินผสมดินโป่ง, หญ้าทะเล หรือการปลูกต้นโกงกางเพื่อชะลอการกระทบของคลื่น จะมีประสิทธิภาพมากกว่า

นอกจากนั้น การปรับปรุงธรรมาภิบาลในพื้นที่ที่ถูกคุกคาม และการทำให้มั่นใจว่า ชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ มีส่วนร่วมในความพยายามในการอนุรักษ์และการปกป้องสถานที่สำคัญ คือสิ่งที่มีความสำคัญด้วยเช่นกัน